Love story หนาวนี้อยากมีใครกอด
Love story หนาวนี้อยากมีใครกอด
ฤดูหนาว…แล้วบางคนก็อกหักบางคนก็อุ่นใจ แต่จะมีใครเหมือนฉันไหมที่ไม่ได้อกหักและไม่ได้อุ่นใจ เห็นเพื่อนแต่ละคนมีแฟนให้หยอกล้อให้ทะเลาะ น่าอิจฉาชะมัด เมื่อไหร่น๊าฟ้าจะส่งใครให้ฉันได้คบสักทีไม่ต้องจิงจังก็ได้ ขอแค่หนาวนี้มีคนใส่ใจก็พอ
ฉันชื่อนิชา เรียกชื่อสั้นๆว่านิก็ได้ เป็นผู้หญิงอารมณ์เหงาไม่ค่อยมีใครมาเทคแคร์ใส่ใจ หรือเพราะชั้นสวยเกินไปมั้ง(ยังชมตัวเองอีก) นิสัยทั่วไปก็น่ารักนิสัยดี สถานะตอนนี้ก็โสด อย่างว่านะ “ฮ็อตฮิตในโลกอออนไลน์ แต่เดียวดายในโลกความจริง” เมื่อไหร่จะมีใครให้เรียกว่าแฟน “โปรดส่งใครมารักฉันที อยู่อย่างงี้มันหนาวเกินไป”
“หวัดดีเอม”ฉันทักทายเพื่อนตอนเช้าๆที่บรรยากาศสดชื่น
“มาโรงเรียนเร็วนะนิ”เสียงยายเฌอเอมกล่าวกับชั้น
“ไม่มีไรหรอก แค่อยากมาเร็ว”ฉันพูดพร้อมกับจัดแจงนำมือถือไปชาร์ตเพราะเมื่อคืนเล่นเฟสจนแบตหมด
“ดีเนอะใช้แต่ค่าไฟโรงเรียน”ยัยเอมพูดประชดชั้นอีกแล้วตกลงเป็นเพื่อนกันหรือคู่อริกันเนี่ย
“ก็ดีสิฉันต้องช่วยที่บ้านประหยัดไฟ”ฉันพูดโดยไม่อายปาก(หุหุ ต้องช่วยๆกันประหยัดไฟ)
“วันๆก็เล่นแต่เฟสเนอะนิชา ไม่เบื่อบ้างเบอะ”
“ถึงจะเบื่อ แต่ก็ดีกว่าต้องอยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีใครคุยด้วยนะเอม”
“เอ้าแล้วทำไมไม่หาคนคุยด้วยจิงๆจังๆละ”ยัยเอมให้ข้อเสนอชั้น
“แล้วมีด้วยหรอคนจิงจังที่เธอว่าหน่ะ”
“ถ้าไม่มีเธอก็ทำให้มีสิ พี่เตชินที่เธอแอบชอบตั้งแต่เปิดเรียนหน่ะ อย่ามัวแต่ยิ้มให้กันดิ”
“โห แกจะให้ชั้นไปบอกรักบอกชอบผู้ชายก่อนหรอยัยเอม กุลสัต!รี อย่างชั้นทำไม่ได้หรอก”ชั้นไม่ค่อยจะชื่นชมตัวเองเลยเนอะ
“ถ้าแกกุลสัตรีผู้หญิงทั้งสามโลกก็เป็นกุลสัตรีทั้งหมดแหละ”
“ยัยเอมกล้าว่าเพื่อนหรอ เดี่ยวเหอะแกจะโดน”
“โดนอะไร”
“ก็โดนนี่ไง” ฉันพูดกับไปจี้เอวยัยเอม
“นี่แน นี่แน นี่แน”
“พ พอได้แล้ว พอได้แล้ว พี่เตมา”ได้ผลชั้นรีบหยุดทันทีและหันหลังไปพบกับความว่างเปล่า
“กล้าหลอกชั้นนะยัยเอม นี่แน นี่แน”ชั้นยังจี้เอวยัยเอมอยู่
“พ พอแล้ว พอได้แล้ว พี่เตมา”ชั้นไม่ยอมหยุดยังคงจี้ต่อแต่ตอนนี้ยัยเอมไม่มีการตอบสนองใดๆ
“ออกกำลังกายแต่เช้าเลยนะครับ”ว๊าย!!! ชั้นอยากจะเป็นลมเสียงพี่เตทักชั้น
“คะสวัสดีตอนช้าคะพี่เต อากาศหนาวนะคะ”เสียงยัยเอมทักพี่เต แย่งซีนชั้นตลอดยัยเพื่อน
“ครับหนาวมากจนน้องเอมต้องออกกำลังกาย”พี่เตพูดขึ้นอย่างขำๆ
“เดี๋ยวพี่ไปก่อนนะครับ”พี่เตพูดและยิ้มให้เราสองคนก่อนจะเดินจากไป
“ต่อจากนี้เธอไม่ต้องกลัวอีกแล้วนะยัยนิ ฉันจะช่วยและเชียร์เธอให้ได้เป็นแฟนกับพี่เต แม้ว่าจะมีคู่แข่งเป็นแสน”ยัยเอมพูดทำให้ชั้นมีกำลังใจขึ้นหน่อย
ชั้นกับพี่เตมีบางอย่างที่เหมือนกันและแตกต่างกัน เช่น วันเกิดเรา วันที่ 9 เดือนมิถุนายน เหมือนกัน แต่บางอย่างก็ไม่เหมือนกัน เช่น พี่แต่อยู่ชุมนุมดนตรีสากล แต่ชั้นอยู่ดนตรีไทย มันช่างต่างกันจิงๆ ตอนแรกชั้นว่าจะไปอยู่วงดนตรีสากลแต่ชั้นกลัวจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ที่ได้อยู่ใกล้พี่เต ตอนนี้เพื่อนชั้นรู้กันหมดแล้วว่าชั้นชอบพี่เต และพี่เตเองก็น่าจะรู้เพราะชั้นชอบพี่เค้าตั้งแต่เข้ามาเรียน ม.4 วันแรก และวันนี้เหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะปิดเรียนแล้ว ความรู้สึกนั้นยังไม่เคยเปลี่ยน
ติ๊ด….ตีรีริ๊ด…..ติ๊ดๆๆๆๆ
เสียงสัญญาณออดโรงเรียนชั้นเองกวนไม่เบาแลยนะ ตอนนี้หมดเวลาเรียนแล้ว เหลือชั่วโมงสุดท้ายคือชุมนุม….
“ป่ะยัยนิไปชุมนุมดีกว่าเดี๋ยวโดนด่า”
“เฮ้ย…ไม่อยากไปเลยไอ่ชุมนุมเนี่ย ไม่เคยสอนอะไรเลย”ชั้นพูดอย่างอ่อนใจ
“ทำไงได้ละ หลวมตัวมาอยู่แล้วก็ต้องอยู่”
“คอยดูนะปีหน้าชั้นจะไม่อยู่แล้ว”ชั้นพูดด้วยความแค้น
“ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่ แต่ปีนี้ก็ต้องทน”ยัยเอมพูดด้วยความจำใจ
ชุมนุมของชั้นอยู่ใกล้กับชุมนุมพี่เต อย่างน้อยๆเราก็ได้ยิ้มให้กันนิดนึง แอบมองพี่เตเวลาเล่นดนตรี พี่เตตีกลองแต็กโครตเท่มากเลย เพราะอย่างงี้ชั้นจึงชอบพี่เตตั้งแต่แรกเห็นแบกกลอง วันนี้เข้าชุมนุมไม่มีอะไรมากมายไปเช็กชื่อและก็เล่นงูๆ ปลาๆโดยครูไม่ใส่ใจเล้ยยยย อยากแต่ให้นักเรียนดีแต่ไม่เคยสอนไม่เคยใส่ใจแล้วนักเรียนจะดีได้ยังไง ไม่เข้าใจจิงๆ สู้ชุมนุมของพี่เตไม่ได้ แบบว่าเพอร์เฟ็กมักมาก
วันนี้ชั้นกลับมาบ้านก็ไม่มีไรนอกจากเฟสจ้า เปิดดูหน่อยดีกว่าว่าใครทำอะไรบ้าง
“การแจ้งเตือนทำไมเยอะแท้”ฉันบ่นกับโทรศัพท์หลังจากเปิดเฟส
“มีแต่คนมาถูกใจสถานะของเราเลย”ฉันโพสต์อะไรที่มันไร้สาระก็มีคนมาถูกใจ
“เฮ้ย นี่ใครเนี่ยคนที่คุณอาจรู้จัก ชื่อศรัทธา พาเศรษฐกร ใช่แล้วพี่บารมี”ฉันดีใจมักมากที่ได้เจอพี่บารมีในเฟส
พี่บารมีกับชั้นเราเคยรู้จักกันตั้งแต่หนึ่งปีที่แล้ว ชั้นปลื้มพี่บารมีมากๆเราเกือบจะได้คบกันแต่แล้วก็มีบางอย่างที่ทำให้เราไม่ได้คบกัน อย่างว่านะนักร้องก็หลายใจเป็นธรรมดา พี่บารมีเป็นนักร้องตอนนั้นเค้าจัดรายการวิทยุอยู่ ชั้นก็โทรขอเพลงกับเค้าทำให้เค้าโทรมา คุยกันได้ไม่นานก็เลิกคุยกัน จนวันนี้พี่เค้าเป็นนักร้องเต็มตัว ตอนนี้ดังไม่ดังไม่รู้ รู้แค่ว่าดีใจมาก
“รอช้าทำไมยัยนิ ขอเป็นเพื่อนเลย”ฉันพูดกับตัวเอง ฉันเล่นเฟสต่อได้สักพักรู้สึกง่วงยังไงไม่รู้เลยเผลอหหลับไป…..ZZZ>_<
“นินิ ตื่นได้แล้วลูก”เสียงแม่ชั้นปลุกตั้งแต่เช้า
“อืม ตื่นแล้วคะ”ฉันพูดพร้อมกับลุกไปแต่งตัว และทานข้าวไปโรงเรียน อาหารเช้าดีที่สุดจ้า T…T
วันนี้ฉันไปโรงเรียนด้วยอารมณ์ดี พร้อมๆกับบรรยากาศที่แสนจะหนาวเย็น ลมหนาวพัดมาโดนกายหนาวสะท้านถึงใจ แม้ใครหลายๆคนจะไม่ชอบหน้าหนาว เพราะบางคนเชื่อกันว่าในหน้าหนาวมักจะอกหัก เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่สำหรับชั้นในเรื่องของความรัก หากไม่มีความเข้าใจกันแล้ว ไม่ว่าฤดูไหนก็จะต้องเลิกกันต้องอกหัก และชั้นก็ชอบฤดูหนาวมากเลยแหละ
“ว่าไงยัยเอมท่าทางไม่ค่อยสดชื่นเลย”ฉันทักทายเฌอเอมเพราะเห็นท่าทางไม่ค่อยดี
“เปล่าหรอก แค่ฉันอกหักหน่ะ”ยัยเอมพูดพร้อมกับพร้อมกับตาที่เริ่มแดงไม่กี่วิน้ำใสๆก็ไหลจากตายัยเฌอเอม
“อย่าร้องสิเอม มีอะไรค่อยพูดกัน”ฉันพูดพร้อมกับกอดยัยเอมเพื่อปลอบใจ
“พี่เสกรักเค้าหาว่าชั้นงี่เง่า ชั้นผิดด้วยหรอที่รักเค้ามากเกินไป ฮือๆๆๆ” ยัยเอมพูดไปพลางสะอื้นหนัก
“อย่าใช้แต่อารมณ์พูดกันสิ ใช่ใจพูดกันนะเอม ชั้นเชื่อว่าหากเราเข้าใจกันก็ม่มีอะไรมาทำให้เราต้องเลิกกันหรอก”ฉันพูดพร้อมกับยิ้มให้ยัยเอม
“ฉันจะพยายามทำเหมือนที่เธอบอกนะนิชา”ยัยเอมพูดพร้อมกับเช็ดน้ำตาที่หน้า
คนอย่างชั้นก็ดีแต่ให้คำแนะนำคนอื่นแต่ความรักของตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย แค่บอกรักผู้ชายยังไม่กล้าเลย เนี่ยก็เหลือเวลาไม่นานแล้วที่พี่เตชินจะเรียนจบ หรือว่าชั้นจะต้องเสียเค้าไปเหมือนที่เสียพี่บารมี เพียงเพราะความกลัวของชั้น กลัวว่าเค้าจะไม่รักเรา กลัวว่าเค้าจะมีคนที่ชอบ อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยนะนิชา
วันนี้ชั้นเรียนด้วยอาการไม่ค่อยมีสมาธิสักเท่าไหร่ เพราะทุกๆหนึ่งชั่วโมงฉันต้องคอยเปิดเฟสดูว่าพี่บารมีจะรับชั้นเป็นเพื่อนยัง แต่เปิดดูที่ไรก็ต้องพบกับความว่างเปล่า ตอนนี้ก็เลิกเรียนแล้วแต่ชั้นยังไม่กลับบ้าน นั่งอ่านหนังสือและเล่นเฟสที่ม้าหินอ่อนกับยัยเอม คนส่วนมากก็ยังไม่กลับบ้าน
“เอมชั้นลืมบอกแกไปเลย เพราะมัวแต่ยุ่งๆ”ชั้นกล่าวกับยัยเอมหลังจากที่ยัยเอมวางสายจากพี่เสกรัก ตอนนี้ก็เข้าใจกันดีแล้ว
“มีเรื่องไรหรอ ถ้าเดาไม่ผิดเรื่องผู้ชายแน่เลย”ยัยเอมพูดกับชั้นด้วยท่าทางยิ้มๆ
“ก็ใช่ แกจำพี่บารมีได้มั้ย”
“ก็จำได้ วันนั้นแกยังเปิดเพลงพี่เค้าให้ชั้นดูเลย”
“ฉันเจอเค้าในเฟส และชั้นก็ขอเค้าเป็นเพื่อนด้วย ชั้นอยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมกับเค้าจังเลย”
“อย่าบอกนะว่าแกจะไปรีเทิร์นกันคนหลายใจอย่างไอ่พี่บารมี”ยัยเอมพูดด้วยท่าทางตกใจ
“อย่างน้อยๆการรักคนหลายใจก็ไม่เสียใจหรอกถ้าเค้าจะมีคนใหม่”ฉันพูดพร้อมกับถอนหายใจ
“เอ้า แล้วพี่เตแกไม่ชอบแล้วหรอ”ยัยเอมถามคำถามนี้ทำให้ชั้นต้องคิดหนัก
“ชอบสิ แต่พี่เค้าไม่เห็นมีท่าทีอะไรกับชั้นเลย ได้แต่ยิ้มให้วันๆเหมือนหมาหยอกไก่” พูดประโยคนี้จบก็มีผู้หญิงสองคนเดินมาทางม้าหินอ่อนที่ชั้นกับยัยเอมนั่ง ท่าทางไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่
“คนไหนหรอชื่อนิชา”ยัยพลูโตเพื่อนรุ่นเดียวกับชั้นแต่อยู่คนละห้องมาถาม ใครจะไม่รู้จักยัยพลูโตเพราะยัยนี่แรงอย่าบอกใคร
“ชั้นเอง มีธุระอะไรหรอถึงมาถามถึงที่”ชั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“เธอชอบพี่เตหรอ”ยัยพลูโตถามชั้น
“ที่แท้ก็มาหาเรื่องผู้ชายนี่เอง”ฉันพูดด้วยท่าทางเย้ยหยัน
“ฉันอยากจะเตือนแกไว้เลยนะ ยัยนิชาว่าพี่เตชั้นจอง แกไม่มีสิทธิที่จะชอบ”ยัยพลูโตพูดอย่างกะตัวเองเป็นใหญ่
“ใครดีใครได้นะพลูโต”ฉันพูดพร้อมกับพายัยเอมเดินจากไปส่วนยัยพลูโตหน่ะหรอคงจะแค้นน่าดู
ฉันกลับมาบ้านโดยที่ไม่ใจกับคำพูดยัยพลูโตเท่าไหร่นัก ยังไงชั้นชอบพี่เตแล้ว จะให้เปลี่ยนใจคงไม่ง่ายหรอก
“เปิดดูเฟสหน่อยดีกว่าใครทำอะไรบ้าง”หลังจากทำการบ้านเสร็จชั้นก็มาเปิดดูเฟส
“เฮ้ย พี่บารมีรับชั้นไปเพื่อนแล้ว ทักหน่อยดีกว่า”ฉันดีใจมากๆที่พี่บารมีรับชั้นเป็นเพื่อน อย่างน้อยๆขอแค่ได้คุยสักนิดก็ยังดี
#ทัก >_< # ฉันทักพี่บารมีอย่างกลัวๆ กลัวว่าเค้าจะไม่ตอบ
#ทักครับ เคยเห็นพี่หรอครับน้องนิชา# พี่บารมีตอบชั้นอย่างรวดเร็ว
#มาเลยก็ถามเลยนะคะพี่บารมี พี่ออกจะดังใครไม่รู้จักละคะ# ดีแล้วละที่พี่บารมีจำชั้นไม่ได้
#ครับอย่างลืมไปดูเพลงพี่ที่ยูทูปนะครับ แชร์ด้วยนะครับ#
#ค้า เข้าไปดูแล้วแชร์แล้วคะ ว่าแต่ตอนนี้พี่ทำไรอยู่คะเนี่ย#
#พี่ทำงานครับ ออกแบบการ์ตูนกราฟฟิกหน่ะครับ#
#งั้นนิชาไม่รบกวนพี่ดีกว่า บายนะคะ# ชั้นไม่อยากรบกวนพี่เค้ามากนัก
#บายครับน้องนิชาคนสวย#ยังไงพี่บารมีก็ยังคงเหมือนเดิมปากหวานอย่าบอกใครหลายใจเป็นที่หนึ่ง ชั้นเล่นเฟสได้ไม่นานก็เผลอหลับไป zzz…..
“น้องนิชาครับมีอะไรจะพูดกับพี่หรอ”พี่เตชินเดินมาจากไหนก็ไม่รู้จู่ๆก็มาถามชั้น
“พี่มีแฟนยังคะ”ชั้นถามพี่เตชินด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ยังไม่มีครับตอนนี้พี่ชอบ อาจจะเรียกว่ารักผู้หญิงคนหนึ่งออยู่ครับ”พี่เตชินพูดด้วยอารมณ์ดี
“ผู้หญิงคนนั้นคงจะโชคดีไม่น้อยนะคะที่พี่รัก”ฉันพูดกับพี่เตด้วยน้ำเสียงสะอื้น
“คะ โชคดีมากและเค้าก็อยู่ตรงหน้าพี่แล้ว”พี่เตพูดพร้อมกับมือที่มาปาดน้ำตาชั้น สัมผัสที่แผ่วเบา สายตาประสานสายตา พี่แต่ค่อยๆเลื่อนปากมาลงมาเกือบที่จะถึงปากชั้น……..
“นิชา ลูกตื่นได้แล้ว”เสียงแม่ชั้นปลุกขึ้น
“อืม หนูตื่นแล้วคะ ที่แท้เราก็ฝันเองหรือเนี่ย”ชั้นคิดว่ามันจะเป็นเรื่องจิงซะอีก เฮ้ย…อุส่าห์ดีใจ
วันนี้ที่โรงเรียนมีแขกมา จัดสถานที่ทำความสะอาดเนี๊ยบมากเลยเนี่ย ใครหลายๆคนก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ แต่ชั้นกับเฌอเอมก็เรียนตามปกติ โรงเรียนนี้ถ้าว่างก็ว่างมาก แต่ถ้าเรียนนะยิ่งกว่าเรียนซะอีกสมองจะระเบิด ยิ่งได้เรียนอยู่ห้องหนึ่งเหมือนชั้นด้วยแล้ว หนักยิ่งกว่าหนัก แต่ไร้สาระอย่างชั้นกะยัยเอมไม่มีอะไรที่หนักเกินความสามารถของเราสองคนหรอก
“นิชาแกเล่นเฟสกะใคร”ยัยเฌอเอมถามชั้นเพราะเห็นชั้นเล่นไปยิ้มไป
“เล่นกับพี่บารมี “ฉันตอบยัยเอมโดยไม่เงยหน้าขึ้น
“ตกลงแกจะเอาใครพี่เตหรือพี่บารมี”
“แล้วถ้าชั้นบอกว่าจะเอาพี่บารมีละ”
“แกก็รู้อยู่แกใจว่าแฟนเป็นโหล เคยจริงใจกับใครสักคนไหม ไอ่พี่บารมีของแกเนี่ย”ยัยเอมพูดแทงใจดำชั้นมาก
“แกก็รู้อยู่ว่าชั้นไม่ได้จิงจังกับพี่บารมี ฉันแค่ปลื้มเค้า ฉันกับเค้ามันคนละชั้นกันเค้าเป็นนักร้องโด่งดังส่วนชั้นเป็นแค่คนธรรมดาคนนึง ฉันไม่กล้าคิดไปไกลหรอก”ฉันพูดกับยัยเอมด้วยน้ำเสียงที่เศร้า
“ไอ่พี่บารมีของแกก็ลืมเท้าไม่เบาเลยเนอะ ดังแล้วก็ลืมแก”
“ฉันไม่ว่าเค้าหรอกใครๆก็ต้องเลือกความเจริญของตัวเอง”ฉันพูดกับยัยเอมพร้อมถอนหายใจ
“เฮ้ยอีกไม่กี่วันก็ถึงวันเข้าค่ายวิชาการแล้วนะ ได้ข่าวว่าไอ่พี่บารมีของแกมาด้วยนะ”
“ก็ดีแล้วนี่ไม่ได้เจอหน้ามาเกือบปี แต่แกห้ามบอกใครนะว่าเราเคยรู้จักกัน”ฉันบอกกับยัยเอมเพราะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของชั้นกับพี่บารมี
และแล้ววันงานเข้าค่ายวิชาการก็มาถึง เราเข้าค่ายสามวันวันสุดท้ายมีคอนเสิร์ตมาให้ดู แน่นอนต้องมีวงของพี่บารมีมาด้วยแน่เลย ใจหนึ่งก็อยากเห็นพี่บารมี แต่อีกใจก็อยากหนีหน้าไปไกลๆ ทำไงได้ละอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด บางที่พี่บารมีอาจจะจำชั้นไม่ได้ วันนี้เวทีใหญ่เพื่อนนักเรียนมามากมายหลายตา ส่วนยัยเฌอเอมที่ว่าเกลียดพี่บารมีนักหนายังรับดึงมือชั้นไปดูเลย
“เร็วๆซิยัยนิ คอนเสิร์ตเค้าจะเริ่มแล้ว เดินเร็วๆหน่อยสิ”ยัยเอมไม่พูดเปล่าแต่ยังจูงมือชั้นให้รีบเดิน
“ช้าหน่อยยัยเอม เค้าไม่ได้แสดงคอนเสิร์ตหนึ่งวินาที่นะ”
“เออ เร็วๆหน่อย”
เมื่อมาถึงคอนเสิร์ตก็ยังไม่แสดง ต้องยืนรอดูแต่คนมาเพียบเลยอยากดูอะไรขนาดนี้เนี่ย รู้แล้วน๊าว่ามีคนชอบเยอะสมพอแต่หลายใจแหละ ลืมได้แม้กระทั้งคนที่เคยบอกว่าชอบกัน จู่ๆก็หายไปเหมือนสายหมอกไม่บอกลากันสักคำ แล้วอย่างงี้จะไม่ให้ชั้นน้อยใจได้ไงละ ฉันคิดอยู่เพลินๆจู่ๆ…..
“นิชาหนูนิชา อาจารย์ใช้หน่อยได้ไหมคะ”จู่ๆอาจารย์พรภัชษรก็มาพูดกับชั้น
“ได้สิคะ อาจารย์จะใช้อะไรหนูหรอคะ”ฉันกล่าวกับอาจารย์อย่างต็มใจ เพราะเบื่อการยืนรอคอนเสิร์ตเต็มทน
“เอาของนี่ไปให้พี่บารมี นักร้องหน่ะอยู่หลังเวทีรู้จักใช่ไหม”อาจารย์พรภัชษรพูดกับชั้นพร้อมยื่นกล่องของขวัญให้กับชั้น
“แต่ อาจารย์คือหนู…..”
“ได้ค่ะอาจารย์เดี่ยวเฌอเอมไปกับนิชาเองคะอาจารย์ไม่ต้องห่วง”ยัยเฌอเอมพูดโดยที่ชั้นไม่เออออด้วย ใครจะไปอยากเจอความหลังเก่าๆละ แต่ชั้นก็ต้องจำใจเอาไปให้พี่บารมี
“แกเอาไปให้สิยัยเอม”ยัยบอกกับยัยเอมพร้อมยื่นกล่องให้ แต่กลับโดนยัยเอมผลักกล่องกลับ
“ไม่รู้ไม่ชี้ แกไปนั่นแหละดีแล้ว ชั้นรอตรงนี้แหละ”ยัยเอมพูดพร้อมกับยืนรอชั้นที่หน้าทางเข้าปล่อยให้เพื่อนเดินไปคนเดียว
ฉันเดินไปหลังเวทีคนหลายคนก็ทำหน้าที่กันตอนนี้นักร้องขี้นไปร้องแล้ว แต่พี่บารมียังไม่ขึ้นไปร้อง ชั้นเห็นเค้ากำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้
“อาจารย์พรภัชษรให้เอามาให้ค่ะ”ฉันยื่นกล่องให้พี่บารมีโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมอง
“บอกอาจารย์ด้วยนะ มาขอบคุณมากครับ”พี่บารมีรับของพร้อมพูดกับชั้น ชั้นรีบเดินจากไปแต่เกือบจะพ้น…
“เดี๋ยวก่อนนิชา “ได้ผลชั้นหยุดเดินทันที
“………..”
“ทำไมต้องทำเหมือนเราไม่รู้จักกันด้วย”พี่บารมีพูดแต่ชั้นก็ยังเงียบ
“………..”
“อย่าทำเย็นชาอย่างงี้กับพี่สิ”พี่บารมีพูดพร้อมกับตาชั้นที่เริ่มแดง
“นิชาก็เป็นนิชาอย่างงี้นิชาไม่ได้เย็นชากับใคร”ฉันพูดพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มไหล
“รู้ไหมพี่อยากเจอนิชาแค่ไหนตอนนั้นพี่ต้องไปทำอัลบั้มเลยไม่ได้บอก พี่ดีใจมากเลยนะที่นิชาขอพี่เป็นเพื่อน แต่ก่อนผู้ชายคนนี้มันก็เจ้าชู้หลายใจ ไม่เคยรักใครจิง แต่รู้ไหมมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้พี่คิดถึงเค้าทุกเวลา แต่ก็ไม่มีโอกาสได้บอกรักสักที ถ้าพี่อยากจะบอกนิชาว่ารักตอนนี้มันจะสายเกินไปไหม”ยิ่งพี่บารมีพูดฉันยิ่งสะอื้นหนัก ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน น้อยใจ เสียใจ หรือว่าซึ้งละยังไม่รู้ใจตัวเอง
“หมดเรื่องที่จะพูดแล้วใช่มั้ย งั้นนิชาขอตัวนิคะ”ฉันพูดทั้งน้ำตาก่อนจะเดินจากไป
“เฮ้ยนิชาแกเปนไร ร้องไห้ทำไม”ยัยเอมที่รอชั้นรีบถามเมื่อเห็นชั้นเดินมาพร้อมกับตาที่เริ่มแดง
“พี่บารมีเค้าบอกว่าเค้ารักชั้น ชั้นไม่เข้าใจเค้าเลยจริงๆ”ฉันพูดพร้อมกับสวมกอดยัยเอม
“บางทีมีแต่แกที่รู้ใจตัวเองนะนิชา ไหวไหมถ้าไม่ไหวฉันจะพาแกไปนอนไม่ดงไม่ดูแล้วไอ่คอนเสิร์ตบ้าบอนี่”
“ตอนนี้ชั้นโอแล้วละ ยังไงชั้นจะลองถามใจดูอีกทีว่ามันสายเกินไปไหมที่เค้ามาบอกรัก ป่ะเราไปดูคอนเสิร์ตดีกว่า”ฉันบอกยัยเอมอย่างอารมณ์ดี
คอนเสิร์ตจบลงแล้วตอนนี้ ชั้นกับยัยเอมก็ไปนอนตามปกติ นอนได้สักพักก็มีโทรศัพท์เข้า
ตืด…………..ตืด…………………….ตืด…………………..
“ฮัลโหล”เสียงฉันคุยอย่างงัวเงีย
“นอนยังครับนิชา”เสียงพี่บารมีนี่นา
“ยังคะ พี่เอาเบอร์นิชามาจากไหน”ยังถามพี่บารมีด้วยความสงสัย
“ไม่ยากหรอก ในเฟสไงลืมหรอว่าใส่เบอร์ไว้”พี่บารมีตอบด้วยอารมณ์ขัน
“ไม่รู้สิคะไม่เห็นมีใครโทรมาเลยลืมว่าใส่เบอร์ไว้ ว่าแต่พี่มีธุระอะไรกับนิหรอคะ”
“นิพี่ขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อนิ ยกโทษให้พี่ได้ไหม”พี่บารมีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ
“…………………..”ไม่มีคำตอบจากชั้น
“ถ้าพี่ขอโอกาสนิ นิจะยอมให้พี่เป็นหนึ่งในหัวใจนิหรือเปล่า”ชั้นไม่รู้เหมือนกันว่าพี่บารมีเค้าจริงใจกับชั้นแค่ไหน
“ก็ได้คะ นิให้อภัยพี่เวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ทุกอย่าง”ฉันบอกพี่บารมีอย่างจริงใจ
“ครับพี่จะไม่ทำให้นิผิดหวัง งั้นพี่ไม่รบกวนแล้วหลับฝันดีนะครับ”หลังจากที่วางสายจากพี่บารมีฉันก็เผลอหลับไปตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้ว วันนี้แล้วสินะที่จะได้กลับบ้านหลังจากที่ต้องมานอนโรงเรียนหลายวัน
“ยัยเอมใครมารับเธอกลับบ้านหรอ”ฉันถามเฌอเอมที่ดูของจะพะรุงพะรัง
“อ้อ พี่เสกรักมารับหน่ะฉันโทรบอกพ่อให้มารับแต่พ่อไม่ว่างชั้นเลยให้พี่เสกรักมารับ แล้วแกละยัยนิใครมารับ”ยัยเอมถามชั้น
ตืด……………….ตืด………………………ตืด…………………….
“แป็บนะเอมชั้นขอตัวรับโทรศัพท์ก่อน”ชั้นบอกยัยเอมหลังจากที่โทรศัพท์มีสายเข้า
“ฮัลโหล”ชั้นรับโทรศัพท์
“น้องนิพี่มารับที่โรงเรียนแล้วนะครับอยู่ไหนครับ”พี่บารมีเขามารับถึงหรือนี่
“แล้วพี่มาได้ไงคะ นิไม่รบกวนดีกว่า เดี๋ยวนิโทรบอกพ่อให้มารับเองคะ”ฉันบอกพี่บารมีเพราะไม่อยากรบกวนเค้าจริงๆ
“พ่อน้องนิติดประชุมกับพ่อพี่แหละ พี่เลยอาสามารับน้องนิ”ทำไมชั้นไม่เคยรู้เลยว่าพ่อชั้นรู้จักกับพ่อพี่บารมี
“ทำไมนิไม่เคยรู้เลยละคะ”ฉันถามพี่บารมีอย่างงงๆ
“เหอะน๊าพี่ก็เพิ่งรู้ อยู่ตรงไหนเดี๋ยวพี่ไปหา”
วันนั้นชั้นจำใจต้องให้พี่บารมีไปส่งที่บ้าน ยอมรับนะว่าตอนนี้ไม่ได้มีอคติกับพี่บารมีแล้ว ตอนนี้มีแต่ความรู้สึกดีๆให้พี่บารมี ระยะนี้พี่บารมีหมั่นมาหา หรือจะซ้ำรอยเดิมที่ตอนแรกๆก็เอาใจ แต่พอนานๆก็ห่างหาย แต่ยังไงชั้นก็ยังไม่ใจอ่อนที่จะเรียกเค้าว่าแฟน คอนดูพี่บารมีจะมีความอดทนกับชั้นแค่ไหน ตอนนี้ชั้นเลิกคิดอะไรกับพี่เตชินแล้ว แต่เมื่อเจอหน้าก็ยิ้มให้กันเหมือนที่ผ่านมา
“ยัยนิมีคนฝากมาบอกว่าให้แกไปที่สวนดอกไม้หลังโรงเรียน”ยัยเอมบอกกับชั้น
“ใครหรอ ทำไมต้องเป็นชั้นด้วยละ แกต้องไปเป็นเพื่อนชั้น”ยัยถามยัยเอมด้วยท่าทางงงๆ
“ชั้นไปเป็นเพื่อนแกก็ได้ ปะไปตอนนี้เลย”ยัยเอมรีบดึงมือชั้นไปที่สวนหลังโรงเรียน
เมื่อชั้นไปถึงก็พบพี่เตชินยืนรออยู่แล้ว ส่วนยัยเอมไม่รู้หายตัวไปตอนไหนเร็วมาก
“ยัยเอมบอกว่าพี่เตอยากพบนิมีอะไรหรอคะ”ชั้นเปิดฉากคุยกับพี่เตก่อน
“เมื่อไหร่น้องนิจะบอกว่าชอบพี่สักทีครับ”พี่เตชินถามชั้น
“ใช่คะ แต่ก่อนนิก็ชอบพี่ชอบมากคะ แต่ตอนนี้นิไม่ได้คิดอะไรกับพี่เกินคำว่าพี่ชายเลยนะคะ”ฉันบอกพี่เตชินอย่างจริงใจ
“หมายความว่าไงครับ งั้นก็แปลว่าตอนนี้พี่คิดฝ่ายเดียวหรอ”พี่เตพูดกับชั้นอย่างเศร้าๆ
“นิว่ามิตรภาพระหว่างพี่น้องมันอยู่ได้นานนะคะ “
“นิพูดอย่างนี้เหมือนว่านิมีใครที่ครอบครองหัวใจแล้ว”
“ยังคะ นิยังไม่มี แต่ไม่นานก็คงจะมี นิว่าเราเป็นพี่น้องกันนะคะ”ยังบอกพี่เตพร้องกับจับพี่ให้กำลังใจเค้า
“ก็ได้ครับ น้องสาวของพี่”พี่เตเค้าคงจะเข้าใจชั้นที่ชั้นทำแบบนี้ หมดเรื่องไม่สบายใจไปหนึ่งเรื่อง
“ว่าไงยัยนิแกกับพี่เตตกลงคบกันแล้วใช่ป่ะ”ยัยเอมถามชั้นด้วยท่าทางตื่นเต้น
“ใช่คบกันแล้ว คบกันแบบพี่ชายกับน้องสาว”ยัยบอกยัยเอมด้วยอารมณ์ดี
“อย่าบอกนะว่าแกจะไปชอบไอ่พี่บารมีบ้าบอนั่น”
“ก็ไม่รู้ ชั้นกลับบ้านก่อนนะ มีคนมารอ”ชั้นบอกยัยเอมก่อนจะเดินจากไป
จริงที่อย่างที่ชั้นคิดพี่บารมีมารอชั้นที่หน้าโรงเรียน สาวๆหลายคนคงจะอิจฉาชั้นไม่น้อยเลยที่มีนักร้องหนุ่มหน้าใส มาหาอยู่บ่อยๆ ช่างเหอะชั้นไม่ได้คิดไรมาก ชั้นเลยแกล้งเดินผ่านพี่บารมีไป
“นิ น้องนิจะไปไหน”พี่บารมีถามชั้น
“อ้าว พี่บารมีมารอรับสาวไหนหรอคะ”ชั้นแกล้งพูดประชดเค้า เพราะได้ข่าวว่าในโรงเรียนนี้พี่บารมีเคยคุยด้วยหลายคน
“น้องนิอย่าทำอย่างงี้สิครับ พี่มารอรับสาวที่อยู่ตรงหน้านี่แหละ และที่สำคัญพี่บอกคุณพ่อน้องนิแล้วด้วย ถ้าน้องนิไม่ไปพี่จะไปฟ้องพ่อ”
“โอเค ก็ได้คะเล่นถึงพ่อเลยนะคะอย่าถึงตานิบ้างแล้วกัน”ฉันพูดกับพี่บารมีก่อนจะขึ้นรถบีเอ็มของเค้าไป
“วันนี้พี่ขออนุญาตพาน้องนิไปนั่งเล่น กินข้าวเย็นด้วยกัน”
“แต่ว่า…..”
“พี่ขออนุญาตพ่อน้องนิแล้ว ปฏิเสธไม่ได้”พี่บารมีเจ้าเล่ห์จริงๆเข้าแต่ทางคุณพ่อ ทำให้ชั้นต้องเออออตามเค้า
หลังจากที่ทานอาหารเสร็จพี่บารมีพาชั้นมานั่งเล่นที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง บรรยากาศดีมากๆเลยผู้คนก็คลาคลั่ง ชั้นไม่เคยมาที่อย่างงี้กับผู้ชายสองต่อสองเลย นี่ถ้าพี่บารมีไม่ได้ขออนุญาตกับพ่อชั้นไว้ชั้นคงไม่มากับเค้าหรอ เจ้าเล่ห์จะตายผู้ชายคนนี้ แต่ทำไมน๊าชั้นจึงต้องหลงรักผู้ชายเจ้าเล่ห์อย่างงี้ด้วย
“น้องนิครับ ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหม”พี่บารมีถามชั้นพร้อมกับจับมือ
“ไม่นี่คะ นิไม่เคยบอกเลยนะว่าเราป็นแฟนกัน”ฉันพูดและหันหน้าไปทางอื่น
“งั้นเป็นแฟนกับพี่นะครับ”พี่บารมีพูดอ้อนวอนชั้น
“………………….” ไม่มีคำพูดจากปากชั้นนอกจากหน้าที่พยักเป็นคำตอบ
“เย้ พี่รักน้องนิที่สุดเลย” ไม่พูดเปล่าพี่บารมียังมากอดชั้นไว้แน่น อุ่นดีกับบรรยากาศหนาวๆอย่างงี้
ใครจะไปรู้ว่าคนที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นปีจะได้คบกัน ชั้นอยากจะบอกเพื่อนๆไว้เลยว่า อย่ากลัวความเสียใจถ้าจะคบกับคนหลายใจ เหมือนที่ชั้นตั้งใจคบกับพี่บารมี อย่างน้อยๆหน้าหนาวอย่างงี้ก็มีคนมาดูแล แม้วันข้างหน้าจะเป็นยังไงแต่วันนี้ชั้นก็อุ่นใจแล้ว
