วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

รักใสวัยทีน





Love  my  someone บุพเพให้ฉันรักใคร

     โรงเรียนเป็นเอกวิทยาคาร เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ที่ดูดีมั่กมาก ดูดีทั้งนักเรียนและสถานที่ ยังไงฉันต้องขอพ่อเรียนให้ได้เลย คอยดูสิ >_<
“พ่อค่ะ ให้หนูเรียนโรงเรียนเป็นเอกนะค่ะ”
“แล้วโรงเรียนเดิมทำไมลูกไม่อยากเรียนล่ะมันก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่าโรงเรียนเป็นเอกนี่ ”พ่อถามเหตุผลฉันด้วยท่าทางเอ็นดู
“แหม คุณพ่อคะก็หนูอยากที่จะเปลี่ยนลักษณะการเป็นอยู่บ้าง ถ้าหนูเรียนต่อที่โรงเรียนเดิมก็จะไม่ได้อะไรที่เข้ามาใหม่ๆสิค่ะ”ฉันออดอ้อนคุณพ่ออย่างสุดฤทธิ์เพื่อที่จะได้เรียนโรงเรียนเป็นเอก
“ถ้าหนูอยากเรียนจริงๆต้องพิสูจน์อะไรบางอย่างให้พ่อเห็นก่อน”พ่อบอกฉันด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์
“แล้วทำอะไรค่ะ หนูยอมทุกอย่างเลย”ฉันยิ้มอย่างมีความหวัง
     หลังจากวันนั้นที่ฉันขอพ่อเรียนโรงเรียนเป็นเอก ข้อเสนอของพ่อถึงกับให้ฉันปวดเศียรเวียนเกล้า  ลูกสาวแสนน่ารักของคุณพ่อห้ามดูทีวีตั้งแต่เวลาสองทุ่มเป็นต้นไป เอาเวลาจากการดูทีวีไปสวดมนต์ไหว้พระนานมาก ซีรีย์เกาหลีของชั้นก็ต้องอดดู  และต้องทำจนกว่าโรงเรียนเป็นเอกจะเปิดรับสมัคร  เนี๊ยะระยะเวลาก็เกือบเดือน  คุณพ่อจะให้ลูกสาวแสนน่ารักอย่างฉันเป็นแม่ชีหรอ มันไม่ใช่ มันไม่ใช่แนวของนาฬิกา
      ฉันชื่อนา หรือชื่อเต็มว่านาฬิกา อย่าแปลกใจที่ชื่อฉันเป็นอย่างงี้และตอนเกิดมาฉันไม่ได้คาบนาฬิกามาด้วยหรอก ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพ่อกับแม่ของฉันถึงต้องตั้งชื่อฉันว่านาฬิกา ถึงจะแปลกหน่อยแต่ฉันก็ชอบดี เฮ้ยเมื่อไหร่น่ะโรงเรียนเป็นเอกจะเปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ ไม่ใช่เพราะฉันเบื่อการสวดมนต์มากหรอก แต่เพราะว่าฉันอยากเจอกับใครบางคน คนที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันอยากเรียนโรงเรียนเป็นเอก พี่ไฟฟ้า
       เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน
   “ โอ๊ย!!! เจ็บจังเลย”ใครกันกล้าเดินชนชั้นกลางห้างสรรพสินค้าคอยดูชั้นจะวีนให้แตกเลย
“ขอโทษครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”หนุ่มหน้าตาเกาหลีหล่อแบบพี่น้าเดช(เอ๊ะ!ตกลงเกาหลีหรือญี่ปุ่น)สรุปว่า หล่อ ขาวสเป็กเลยO_O
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”ฉันพูดกับเขาอย่างอ่อนหวานเนี๊ยะถ้าไม่หล่ออย่างหวังจะได้ยินฉันพูดหวาน
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วครับ เพราะพี่คงจะรู้สึกผิดมากเลยถ้าทำให้น้องเจ็บตัว”
“คนอาลัยน่ารักเป็นบ้า สงสัยออกมาจากศรีธัญญาแน่เลย>_<”ฉันพูดเบาๆกับตัวเอง
“น้องพูดว่าอะไรนะครับบ้าๆ”
“เปล่านี่ค่ะ หน้าตาพี่คุ้นๆนะค่ะเนี่ยเรียนโรงเรียนไรหรอค่ะ”ที่จริงฉันไม่คุ้นหรอกแค่อยากรู้จักเลยทำไก๋@_@w
“พี่เรียนโรงเรียนเป็นเอกครับ ตอนนี้ก็ขึ้นมอห้าแล้ว” สายตารอยยิ้มเกือบจะทำให้ฉันละลายในบรรยากาศของแอร์เย็นฉ่ำ
……”ฉันไม่พูดอะไรแต่กลับยืนจ้องตาพี่เค้า
“เออ น้องครับน้องเป็นอะไรหรือเปล่า”
“เออค่ะไม่ได้เป็นอะไร”
“ว่าแต่น้องเรียนโรงเรียนอะไรหรอครับ”ชายในฝันแท้ๆเลย
“นา ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนต่อโรงเรียนไร เพราะตอนนี้ก็จบมอสามแล้ว”
“ชื่อนาหรอครับ ชื่อน่ารักดีน่ะครับ ถ้ายังไม่มีที่เรียนพี่และโรงเรียนเป็นเอกยินดีต้อนรับเสมอน่ะครับ”คนอาไรหล่อแล้วยังใจดีอีก T@T
“คะ ชื่อเต็มนาฬิกาน่ะค่ะ พี่ชื่ออะไรหรอค่ะ”
“ชื่อนาฬิกายิ่งน่ารักเลย พี่ชื่อไฟฟ้าครับ อย่าลืมนะพี่ยินดีต้อนรับเสมอ”สงสัยบุพเพจะอาละวาดซะแล้วซิยัยนาฬิกา
       ในที่สุดวันที่ฉันรอคอยก็มาถึง วันนี้เป็นวันรับสมัครนักเรียนใหม่  ฉันสามารถพิสูจน์ให้พ่อเห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเรียนโรงเรียนแห่งนี้  แค่เนื้อที่ก็กว้างใหญ่ไพศาล อาคารอะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้ แบบว่าใหญ่โตใช้ได้ ไม่เสียแรงที่มาเรียนโรงเรียนนี้ ฉันไม่ได้อวดรวยน่ะแต่คนรวยเท่านั้นที่มาเรียนได้ หลังจากที่สมัครเสร็จลงทะเบียนเป็นนักเรียนใหม่เรียบร้อยแล้ว ฉันก็รีบกลับบ้านทันที อีกห้าวันก็จะเปิดเรียนแล้ว
      “ว่าไงลูกโรงเรียนใหม่เป็นไงบ้างจ๊ะ”แม่ถามฉันหลังจากที่ฉันโผล่หน้าเข้าในบ้าน
“บอกได้คำเดียวค่ะคุณแม่ว่าสุดยอดค่ะ”ฉันบอกคุณแม่แต่สายตาสอดส่ายไปทั่ว
“มองหาอะไรหรอลูก”
“คุณพ่อยังไม่มาจากบริษัทหรอค่ะ”ฉันถามแม่เพราะอาจจะเล่าเรื่องโรงเรียนให้พ่อฟัง
“พ่อเขาต้องประชุมเกี่ยวกับโปรเจ็กช์ใหม่ที่ลูกค้ารายใหญ่เค้าสั่งซื้อหน่ะ”
      และแล้ววันที่ฉันตั้งหน้าตั้งตารอคอยอีกวันก็มาถึง  วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรกฉันดีใจจนต้องลุกขึ้นแต่เช้ากว่าปกติ วันนี้ฉันหวังว่าจะได้เจอพี่ไฟฟ้า  ถ้าบุพเพอาละวาดมีจริงฉันก็คงได้เจอ จะมัวช้าอยู่ทำไมละไปโรงเรียนดีกว่าเรา
    “นึกว่าเรามาเช้าคนเดียวนะเนี่ย คนอื่นก็มาเช้าเหมือนกัน”ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองหลังจากที่ก้าวขาเข้ารั้วโรงเรียนนักเรียนก็มาเยอะอยู่แล้ว
      “นาฬิกา”เสียงออกยัยบีบี๋นี่เองเพื่อนห้องเดียวกันของฉันที่เจอกันวันสมัครเรียน
“อ้าว!บี๋ เจอห้องเรียนยังเนี่ย”ฉันถามบี๋เพราะท่าทางเค้าจะมานานแล้ว
“ม่ายมีปัญหา ฉันจองโต๊ะให้เธอเรียบร้อยแล้วเราไปกันดีกว่า”บีบี๋พูดด้วยท่าทางมั่นใจอย่างสุดฤทธิ์
     ระหว่างที่ฉันและบี๋เดินคุยกันจนเกือบจะถึงตึกที่ฉันต้องเรียน และทันใดนั้น
  โครม!!!
    ร่างๆหนึ่งเดินมาชนฉันพร้อมกับแฟ้มเอกสารอะไรต่อมิอะไรหล่นลงพื้น
“โธ่เอ้ย! ทำไมซวยแต่เช้าอย่างงี้เนี๊ย เดินหลบคนรีบบ้างสิ”ผู้ชายที่เดินชนฉันไม่ขอโทษแต่กลับว่าฉัน อย่างงี้ใครจะยอม
“ประทานโทษ!น่ะค่ะ ใครกันแน่ที่ผิดห่ะ”ฉันพูดกับเค้าโดยที่ยืนอยู่ไม่ช่วยเค้าเก็บของ @t@>_<
“น้องครับ น้องรู้ไหมว่าพี่รีบถ้าพี่ไม่ชนน้องพี่ก็คงไม่เสียเวลา”เค้าก็ยังคงเก็บแฟ้มงานบนพื้น
“เอ๊ะ!เป็นสุภาพบุรุษไหมเนี๊ยเดินชนไม่ยอมขอโทษ งั้นก็ไม่ต้องเก็บของหรอก”ตอนนี้ฉันอารมณ์ร้อนสุดๆจับแขนเค้าไม่ให้เก็บของ  ยังไงฉันต้องเอาความถูกต้องมาก่อน
“นาฬิกา ฉันว่าช่วยพี่เค้าเก็บของเหอะ ท่าทางพี่เค้าจะรีบน่าดู”ยัยบี๋ไม่พูดเปล่าแต่กลับก้มลงไปเก็บของให้ผู้ชายที่ไม่ใช่สุภาพบุรุษจะยอมคนไปถึงไหนเนี่ย
“ถ้าเธอยังเป็นเพื่อนชั้นอยู่ก็ไม่ต้องช่วยเค้าหรอก”ฉันบอกบี๋แต่สายตาท้าทายไปที่เค้า ขณะที่พายุกำลังตั้งเค้ากลับมีเสียงของใครบางคนดังขึ้น
“เฮ้ย! ศิลปะทำไมงานเอกสารของแกไปกองอยู่ที่พื้นซะละ”เสียงมาก่อนตัวและฉันก็จำได้ดี
“พี่ไฟฟ้า”
“นาฬิกา”เสียงเรียกชื่อดังเกือบจะพร้อมๆกัน
“ไฟ้ฟ้าแกรู้จักยัยลิงทโมนนี่ด้วยหรอ”ท่าทางผู้ชายคนนี้ไม่น่าจะเป็นเพื่อนกับสุภาพบุรุษอย่างพี่ไฟฟ้าเลย
“นี่ นาฬิกาเพิ่งมาเรียนใหม่ ในที่สุดก็มาเรียนที่นี่จนได้นะคับ”ประโยคหลังพี่ไฟฟ้าหันมาพูดกับฉัน
“ค่ะ แหมก็คิดๆเหมือนกันค่ะว่าจะมาเรียนโรงเรียนนี้”ฉันก็คิดตอนที่พี่เค้าชวนนี่แหละ
“นาฬิกา นี่ศิลปะเพื่อนพี่เองรู้จักกันยัง”พี่ไฟฟ้ายิ้มไปที่นายศิลปะที่อารมณ์ตอนนี้คงจะย่างไก่ทั้งตัวได้สบายๆ
เชอะ!ไม่สน>_<
“ไฟฟ้าฉันไม่อยากรู้จักยัยนี่มากหรอก ถ้าฉันส่งงานที่อาจารย์สั่งช่วงปิดเทอมไม่ทันฉันเอาเรื่องยัยนี่แน่”นายศิลปะพูดขณะที่ตอนนี้เก็บของบนพื้นหมดแล้ว
“นายจะเอาเรื่องอะไรกับน้อง ผู้ชายต้องให้เกียรติผู้หญิงซิหว่ะ”พี่ไฟฟ้าของชั้นพูดถูกที่สุดเลย
“นั่นนะสิค่ะ น่าจะให้อภัยกันนะคะ”ตอนนี้ฉันพูดเพราะขึ้น ฉันยืนข้างหลังพี่ไฟฟ้าเลยได้โอกาสแลบลิ้นใส่นายศิลปะ ไม่ต้องถามว่าอาการนายนั่นเป็นยังไง ฮะฮะ อย่างกะเจ้าเข้า>_<
“ฝากไว้ก่อน ยัยนาฬิกาหมดถ่าน”นายศิลปะฝากคำพูดแสนเจ็บไว้ก่อนจะเดินจากไป
     วันทั้งวันที่เรียนวันแรกก็ไปได้สวยถ้าไม่นับเวลาเช้าที่ต้องอารมณ์เสียเพราะนายศิลเปอะ  ขอเรียกว่าศิลเปอะแล้วกันเพราะคนอย่างงั้น  ไม่น่าจะละเอียดอ่อนพอที่จะชื่อศิลปะหรอก 
“อ้าวลูกกลับมาแล้วหรอ”พ่อของฉันทัก
“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่  ทำไมวันนี้คุณพ่อกลับเร็วจังเลยล่ะค่ะ”ฉันถามคุณพ่อเพราะทุกวันคุณพ่อจะกลับช้ากว่าฉันเสมอ
“วันนี้มีแขกจะมาทานข้าวที่บ้านเรา”คุณพ่อพูดกับฉันด้วยท่าทางภูมิใจ
“คุณพ่อพูดภาษาแขกเป็นด้วยหรอค่ะ แขกอินเดียหรือแขกอะไรหรอค่ะ”ฉันพูดยิ้มๆกับคุณพ่อ
“โป้ก! นี่แน หัดเล่นลิ้นน่ะเรา”อยู่ๆคุณพ่อก็มาเขกหัวฉัน
“ก็ได้ค่ะไม่เล่นแล้วใครกันค่ะที่จะมา ท่าทางคุณพ่อจะภูมิใจเสนอนะคะ”
“จะใครที่ไหนล่ะ ก็เพื่อนของพ่อนานี่แหละเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ คงจะดีใจมากละสิได้เห็นเพื่อนเก่า”แม่ของฉันพูดพลางยิ้มไปที่พ่อ
“เค้ามีลูกชายเรียนโรงเรียนเป็นเอกด้วยนะ ลูกชายไปอยู่กับพ่อเค้าช่วงปิดเทอมเพิ่งกลับมา ลูกคงไม่รู้จักหรอกมั้งเพราะเพิ่งไปเรียนวันแรก”พ่อของฉันพูดด้วยยิ้มด้วย
“โรงเรียนเป็นเอกคนเยอะจะตายใครจะไปรู้จักละคะ”ฉันพูดกับพ่อพลางทำหน้ามุ้ย 
“เอ๊ะ  เสียงรถมาแล้วนี่ค่ะคุณ ไปเลยนาฬิกาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบลงมา”แม่บอกพ่อแล้วหันมาสั่งฉัน หลังจากที่ฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดนักเรียนเป็นชุดลำลองสบายๆ ฉันก็ลงมาที่ห้องรับแขกด้านล่าง ภาพตรงหน้าที่เห็นทำให้ฉัน ตะลึง อึ้ง ทึ้ง และแน่นอนฝ่ายนั้นก็คงอึ้งเช่นกัน
“อ้าว นาฬิกามาแล้ว ไหว้คุณอาชัยสิทธิ์ซิลูก”พ่อหันมาพูดกับฉัน
“สวัสดีค่ะ คุณอา สวัสดีคะพี่”ฉันไหว้คุณอา แล้วหันหน้าทะเล้นไปไหว้นายศิลเปอะ
“นี่ศิลปะลูกชายอารู้จักกันยัง”คุณอาหันมาพูดกับฉันแล้วคนไม่มีมารยาทก็แทรกขึ้น
“ทำไมจะไม่รู้จักละครับคุณพ่อ เพิ่งเจอกันเมื่อวานนี่เอง นาฬิกาคนที่รักความยุติธรรมเป็นที่สุด”นายนี่มันกวนโอ้ยที่สุดเลย
“คุณพ่อ คุณแม่คะ ระหว่างที่รออาหารหนูว่าหนูพาพี่ศิลปะไปเดินดูรอบๆบ้านดีกว่านะค่ะ”ฉันหันไปพูดกับคุณพ่อคุณแม่
“พ่อว่าก็ดีเหมือนกันผู้ใหญ่คุยมีแต่เรื่องเก่าๆเด็กๆฟังเค้าจะเบื่อเอาเปล่าๆ ไปซิศิลปะ”พ่อของฉันดีที่สุดเลย
         หลังจากที่ฉันพานายนั่นออกมาด้านนอก และไกลพอที่ฉันจะหาเรื่องได้ ชั้นเลยได้โอกาสใส่ให้นายศิลปะ
“นายนี่มันจองเวรจองกรรมฉันมากเลยนะ วันนี้ฉันไม่รู้จะกินข้าวลงไหมที่เห็นหน้านาย”ฉันมองหน้านายศิลเปอะชัดๆมองดูดีๆก็หล่อแฮะ
“เธอนี่มันเล่นละครได้ดีเนอะ ข้างในคุณพ่อคะคุณอาขา ออกมาข้างนอกวิญญาณลิงก็สิงเลยเนอะ”นายศิลเปอะไม่พูดเปล่าแต่กลับหัวเราะด้วยท่าทางเย้ยหยันอย่างนี้ใครจะไปยอมT_T
“อย่าลืมนะว่านี่เป็นบ้านฉันนายจะมาว่าฉันฉอดๆไม่ได้”ตอนนี้อารมณ์ของฉันร้อนขึ้นมากๆเลยละ
“บ้านเธอแล้วไง ถ้าไม่ติดว่ามากับพ่อฉัน ฉันเห็นหน้าเธอก็อยากจะกลับจะแย่อยู่แล้ว”
“แน่จริงก็กลับตอนนี้ดิ กลับไปเลยกลับดิ”ฉันท้าทายนายนั่นถ้ากลับก็ดี
“ไม่กลับมีปัญหาอะไรหรือเปล่าน้องนาฬิกาหมดถ่าน อยากจะดูลิงแสดงละครเรียบร้อยอีกที”เจ็บใจจริงๆ
ควับ!!!
   หมัดของฉันสวนไปที่หน้านายศิลเปอะแต่นายนั่นจับไว้ได้
ควับ!!!
  หมัดอีกข้างของฉันปล่อยไปที่หน้านายศิลเปอะแต่นายนั่นกลับจับไว้ทั้งสองข้างแถมยังตวัดกลับ ให้หลังของฉันชนกับอกอันแข็งแรงกำยำ
“ดูซิ ว่าจะทำยังไงต่อ”นายศิลปะไม่พูดเปล่าแต่กลับเอาหน้ามาใกล้ๆกับแก้มของฉัน
“นี่ปล่อยฉันนะ ถ้านายไม่ปล่อยฉันจะตะโกนนะ”
“เอาซิตะโกนเลย ฉันจะปิดปากเธอด้วยปากของฉันนี่แหละ”นายศิลปะไม่พูดเปล่าแต่กลับจะเอาปากมาใกล้
    ติ๊ด…..ติ๊ด…..ติ๊ด…..
โทรศัพท์นายศิลปะช่วยชีวิตฉันไว้ ถ้าโทรศัพท์ไม่เข้าฉันไม่รู้จะโดนนายนั่นทำอะไรบ้าง  ระหว่างที่นายนั่นรับโทรศัพท์ฉันก็เดินไปในบ้าน ทำไมหัวใจของฉันต้องเต้นแรงขนาดนี้ด้วย
“อ้าวมาพอดีเลยลูก ว่าจะให้แจ๋วไปตามพอดีเลย ไหนพี่ศิลปะละ”พ่อของฉันหันมาพูดกับฉัน
“เดี๋ยวก็คงตามมาแหละคะ กำลังคุยโทรศัพท์อยู่”ฉันพูดกับพ่อโดยที่หัวใจยังไม่หายเต้นแรง  ฉันคงจะตกใจมากหน่ะใจก็เลยเต้นแรงผิดปกติ
“อ้าวมาพอดีเลย”พ่อของฉันพูดหลังจากที่นายศิลปะโผล่หน้าเข้ามา
   ระหว่างที่ทานอาหารผู้ใหญ่ก็คุยกันตามปกติ แต่ฉันหน่ะสิที่ผิดปกติโดยที่ใครก็ไม่ทันสังเกต ฉันไม่กล้าแม้แต่จะสบตานายศิลปะ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน แต่นายนั่นก็ยังทำหน้ากวนปกติเหมือนเดิม
   หลังจากทานอาหารเสร็จ ดีนะที่คุณอาชัยสิทธิ์ต้องรีบไปธุระ นายศิลปะก็เลยไม่ได้อยู่นาน  นายศิลปะกลับไปแล้วแต่ทำไมหน้านายนั่นยังตามมาหลอกหลอนฉันอีก  จากเวลาที่นายนั่นกลับจนตอนนี้ก็ดึกแล้ว ฉันนอนไม่หลับเลยไม่รู้ว่าเพราะอะไร มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย คงจะเป็นเพราะนานนั่นเป็นคนที่ฉันเกลียดที่สุด
    ฉันเผลอหลับตอนไหนก็ไม่รู้  ตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้ว ไม่ค่อยอยากไปโรงเรียนเลยไม่อยากเจอหน้านายศิลปะ  แต่ทำไงได้ละยังไงก็ต้องไป  ไปแต่งตัวไปโรงเรียนดีกว่าเรา
   วันนี้ที่โรงเรียนบรรยากาศมากเลย ลมพัดเย็นสบาย หวังว่าวันนี้คงจะมีแต่เรื่องดีๆเข้ามานะยัยนาฬิกา
“อ้าวน้องนา มาโรงเรียนแต่เช้านะครับเนี๊ย”เสียงพี่ไฟฟ้านั่นเองที่เข้ามาทักฉันก่อน ฉันเกือบจะดีใจที่ได้เจอพี่ไฟฟ้าแต่กลับมาเห็นหน้าคนที่ฉันเกลียดมาอยู่ใกล้ด้วยๆด้วยนายศิลปะทำไมต้องมาจองเวรฉันตอนนี้ด้วย
“สวัสดีค่ะพี่ไฟฟ้า มานานยังคะ”ฉันถามพี่ไฟฟ้าโดยที่ไม่สนใจนายศิลปะ
“ก็ไม่นานหรอกครับ ถามทำไมละ”อยู่ๆก็มีคลื่นแทรกจากนายศิลปะดังขึ้นมา
“ประทานโทษนะคะ นาถามพี่ไฟฟ้าค่ะไม่ได้ถามคุณพี่ศิลปะ”ถามพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“ไม่เอาน๊า อย่าเพิ่งทะเลาะกันสิคับพี่น้องกันต้องปรองดองกันครับ น้องนาฬิกาพี่ศิลปะ”พี่ไฟฟ้าพูดด้วยอารมณ์ขัน
“ใครอยากจะเป็นพี่น้องกับน้องนาฬิกาหมดถ่านละ”นายศิลปะพูดขึ้น“นาก็ไม่อยากเป็นพี่น้องกับพี่ศิลเปอะหรอกคะ”ฉันพูดพร้อมกับทำหน้ามุ้ยไปที่นายศิลปะโดยมีพี่ไฟฟ้ายิ้มอยู่ใกล้
“อย่าทำหน้ามุ้ยแต่เช้าสิครับ ไม่เอาหน่า”พี่ไฟฟ้าไม่พูดเปล่าแต่กลับเอามือมายีหัวฉัน
“ฉันว่าเราไปกันดีกว่า ป่านนี้อาจารย์คงรอแย่แล้วไม่ใช่ว่าจะพูดเรื่องกีฬาโรงเรียนหรอ”จู่ๆเสียงนายศิลปะก็พูดขี้นน้ำเสียงไม่ค่อยดีดูเหมือนว่าจะเศร้าๆแต่เราจะไปสนใจทำไม
“งั้นพี่ไปก่อนนะน้องนา”พี่ไฟฟ้าพูดขึ้นก่อนที่จะเดินจากไป
    หลังจากที่พี่ไฟฟ้าและนายศิลปะไปประชุมเรื่องกีฬาภายในโรงเรียน  ฉันได้อยู่สีชมพูซึ่งก็และที่แน่ๆคือได้อยู่สีเดียวกันกับห้องพี่ไฟฟ้าและแน่นอนฉันต้องอยูสี่เดียวกับนายศิลปะ  ระหว่างไม่กี่วันที่จะถึงวันกีฬาสีแต่ละคนที่เป็นนักกีฬาก็พากันซ้อมอย่างเต็มที่ คนที่มีหน้าที่เชียร์ก็ซ้อมอย่างเต็มที่  ส่วนฉันหรอไม่มีหน้าที่อะไรนอกจากยกน้ำให้พวกนักกีฬาฟุตบอลอย่าให้รู้นะว่าใครแกล้งฉันมอบหน้าที่นี้ให้กับฉัน 
“หิวน้ำจังเลย น้ำอยู่ไหนเนี่ย”เสียงนายศิลปะพูดขึ้น
“อ่ะ ดื่มซิ”ฉันยื่นน้ำให้นายศิลปะและเกือบจะรดหัว
“เฮ้ย!!! เธอทำไรเนี๊ย ยัยบ้า” ตอนนี้นายศิลปะคงจะโกรธน่าดู
“อุ้ย ขอโทษค่ะ ตั้งใจนิดหน่อย”ฉันไม่พูดเปล่าแต่กลับแลบลิ้นใส่นายศิลปะก่อนจะรีบวิ่งหนีไป
“ฝากไว้ก่อนน่ะยัยนาฬิกาหมดถ่าน”เสียงนายศิลปะตะโกนตามหลัง
    ถึงวันกีฬาสีแล้ว  ฉันต้องทนทำหน้าที่ยัยแจ๋วอีก มันน่าเบื่อจิงๆเลยแต่ทำไมช่วงนี้รูสึกว่ากับพี่ไฟฟ้าเรารู้สึกธรรมดาๆ ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่กับนายศิลปะนี่สิกลับรู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้  แต่ช่างเหอะแค่คนกวนประสาทคนเดียวเท่านั้นเอง
“พร้อมจะลงสนามหรือยังนักกีฬาฟุตบอล”เสียงพี่ไฟฟ้าพูดขึ้นกับนักกีฬาฟุตบอล
“ฉันพร้อมอยู่แล้ว ตอนนี้คันแข้งคันขามากเลยหว่ะ”เสียงนายศิลปะพูดอย่างอวดดี
“ถ้าคันแข้งคันขาก็เอาคาลาไมล์ทาสิคุณพี่ศิลปะ”ฉันอดไม่ได้ที่ต้องตอกกลับให้นายศิลปะมันไม่เข้าหูจริงๆ
“เธอมาเสือกอะไรด้วยยัยนาฬิกาหมดถ่าน”
“พอแล้วทั้งสองคนมากัดกันอยู่ได้”เสียงพี่ไฟฟ้าพูดขึ้นอย่างขำๆและพี่ๆนักกีฬาอีกหลายคนก็อมยิ้มที่ฉันกับนายศิลปะทะเลาะกันทุกที
ปี๊ด…………….
เสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นสัญญาณให้นักกีฬาลงสนาม
“ป่ะ พวกเราได้เวลาลงสนามแล้ว”พี่ไฟฟ้ากัปตันทีมพูดขึ้น
“พวกเรารวมพลังกันก่อนดีกว่า”เสียงนายศิลปะพูดอย่างเป็นการเป็นงาน
   นักกีฬาประสานมือกันช่างเป็นภาพที่น่าดูมาก
“ยัยบ๋องยืนบื้ออยู่ทำไมละ มารวมพลังด้วยกันสิ”นายศิลปะหันมาพูดกับฉันที่ยืนดู
“ฉันต้องรวมพลังด้วยหรอ”ฉันพูดอย่าง งงๆ
“เธอด้วยนั่นแหละมาเร็วกรรมการเรียกลงสนามแล้ว”
    พี่ๆนักกีฬาทุกคนประสานมือกันยกเว้นนายศิลปะที่ยังไม่ประสานมือไม่รู้ทำไม แต่ฉันก็ต้องรีบวางมือลงบนมือพี่ไฟฟ้า และมือสุดท้ายที่วางในวงและวางบนมือฉันคือมือนายศิลปะ
 “เรา สู้…..!”เสียงดังขึ้นพร้อมๆกันอย่างมีพลังช่างอบอุ่นดีจริงๆ
     ตอนนี้ในสนามกำลังร้อนระอุจากแสงอาทิตย์และเกมกีฬาที่กำลังมันส์มากๆ  ตอนนี้กำลังเสมอกันหนึ่งประตูต่อหนึ่ง  ดูๆไปนายศิลปะก็เล่นบอลเก่งเหมือนกันแฮะ  พี่ไฟฟ้าก็เล่นเก่งเหมือนกันสมแล้วที่ได้เป็นกัปตันทีม และแล้วเวลาครึ่งแรกก็หมดลง ฉันรีบวิ่งเอาน้ำไปให้พวกพี่ๆ เพราะท่าทางพวกเค้าจะเหนื่อยน่าดู
“เราเล่นดีแล้ว แต่ยังไม่เต็มที่แรงเราดีกว่าพวกมันเยอะ”เสียงพี่ไฟฟ้าพูดกับลูกทีม
“แต่แรงฉันตอนนี้เหนื่อยมากเลยหว่ะ”นายศิลปะพูดพร้อมกับล้มตัวลงนอน
“แต่ฉันจะสู้เพื่อสีชมพู”น่าตลกมากที่นายศิลปะพูดว่าจะสู้แต่เสียงอ่อนแรงมาก
  ปี๊ด…….
    หลังจากที่พักได้สักครู่สียงนกหวีดครึ่งหลังก็ดังขึ้น  นักกีฬาอ่อนแรงแต่ทุกคนก็สู้เพื่อสีของตัวเอง  นักกีฬาลงสนามหมดแล้วเหลือแค่พวกเราที่เชียร์กันอย่างสุดแรงกล้า 
   เกือบจะหมดเวลาแล้วจังหวะที่ฉันเดินข้างๆสนามและจู่ๆ
ตึบ!!!
   ตอนนี้โลกหมุนรอบตัวฉันและดาวก็มาอยู่ตรงหน้าและฉันก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย
“เฮ้ย!!! น้องนา”ศิลปะพูดขึ้นพร้อมกับวิ่งมาดูนาฬิกาที่กำลังสลบนอนลงกับพื้น
“นา นา นา” เสียงไฟฟ้าเรียกขึ้นเพื่อเรียกสตินาฬิกาแต่กลับไร้ผลเมื่อเธอนอนนิ่ง
“เอาไงดีล่ะเกมก็ยังไม่จบ”ไฟฟ้าพูดขึ้นกับศิลปะ
“งั้นให้ตัวสำรองลงแทนชั้น ชั้นจะพาน้องนาไปห้องพยาบาล”ศิลปะพูดขึ้นเสียงตอนนี้ดูจะห่วงใยนาฬิกาเป็นพิเศษ
      ตอนนี้ร่างของนาฬิกาอยู่ในอ้อมแขนศิลปะที่มุ่งตรงไปที่ห้องพยาบาล  
“อย่าเป็นอะไรนะยายบ๋อง เธอนี่มันบื้อมากเลยชั้นไม่น่าให้เธอมาเป็นยัยแจ๋วเลย”ตอนนี้คำพูดหลายๆคำหลุดออกมาจากศิลปะ
   ตลอดระยะเวลาที่นาฬิกาสลบอยู่ศิลปะเฝ้าเช็ดตัว  พร้อมกับมือที่กุมมือนาฬิกาไม่ห่าง
       เกือบ 20 นาทีที่ศิลปะนั่งเฝ้านาฬิกาและเกมกีฬาในสนามคงจะจบลงแล้ว ไฟฟ้าก็เดินมาที่ห้องพยาบาล
“ฉันว่านายไปพักดีกว่าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นายเหนื่อย”ไฟฟ้าพูดขึ้นพร้อมกับมือที่ตบไหล่ศิลปะ
“แต่….” สายตาศิลปะมองไปที่ร่างของนาฬิกา
“ไม่เป็นไรน๊า  น้องนาชั้นดูแลเอง”ศิลปะเดินออกจากห้องพร้อมกับสายตาที่เป็นห่วง
      หลังจากที่ศิลปะเดินออกไปไม่กี่นาทีนาฬิกาก็ลืมตาขึ้น
“พี่ไฟฟ้า”ชั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็เห็นพี่ไฟฟ้านั่งเฝ้า
“น้องนาเป็นไงบ้างรู้ไหมพี่เป็นห่วงแค่ไหน”พี่ไฟฟ้าพูดขึ้นเค้าเป็นห่วงเราขนาดนี้เลยหรอก
“นาเป็นไรไปค่ะ ปวดหัวยังไงก็ไม่รู้” ฉันพูดกับพี่ไฟฟ้าเพราะตอนนี้รู้สึกมึนมาก
“นาโดนลูกบอลอัดหน่ะ เป็นไงบ้างละ”พี่ไฟฟ้าพูดขึ้นพร้อมกับมือที่มาจับหัวชั้นมันรู้สึกเป็นแบบ  แบบไหนล่ะสำหรับชั้นตอนนี้พี่ไฟฟ้าเป็นพี่ชายที่ดีที่สุด
    วันนี้ชั้นต้องไปโรงเรียนตามปกติดีจังเล้ยยยยยยย  ไม่มีกิจกรรมให้มาปวดหัวอีก
“เป็นไงบ้างน้องนา  กีฬาสีสนุกมั้ย” เสียงพี่ไฟฟ้าทักชั้นที่กำลังนั่งติวหนังสือกับยัยบี๋
“ถามได้นะคะ  สนุกสิค่ะถ้าไม่เป็นยัยแจ๋วกับโดนบอลอัดหัว”ฉันพูดทำหน้าเหมือนปวด>_<(ขอเซ็นเซอร์แล้วกัน)
“โถ โถ โถ น่าสงสาร ยืนบื้อให้บอลอัดหัว”คลื่นแทรกที่ไม่อยากได้ยินก็ดังขึ้น ไม่เป็นห่วงยังมาซ้ำเติมอีก I ศิลเปอะ พร้อมกับก้นที่หย่อยตัวลงนั่งโดยไม่ได้รับเชิญ
“ถ้าจะมาซ้ำเติมกันก็ไม่ต้องมาก็ได้นะคะ”ฉันพูดแล้วสายตาท้าทายไปทางนายศิลปะ
“อยากมา มีปัญหามั้ย หรือว่าที่ตรงนี้มาไม่ได้เธอซื้อไว้แล้วงั้นหรอ”นายศิลปะอยากปากแตกก่อนหน้าหนาวหรือไงฮะ
“นาย….นาย….นาย….”ฉันพูดได้แค่นี้เพราะไม่รู้จะด่านายนี่ยังไงให้เจ็บ
“ศิลปะไง จำชื่อไม่ได้”คำกวนๆของนายนี่ยังไม่ยอมหยุดหลุดจากปาก
“พอได้แล้วสองคนทะเลาะกันอยู่ได้”เสียงพี่ไฟฟ้าดังขึ้นเพราะคงรำคาญเสียงเราสองคน  เราสองคนงั้นหรอฉันเป็นอะไรกับนายนั้นถึงต้องพูดว่าเราสองคน
“พี่ต้องไปแล้วละ แค่อยากมาถามว่าเป็นไงบ้าง เป็นห่วงนะ”เสียงพี่ไฟฟ้าพูดขึ้นและเดินไปก่อนนายศิลปะ
“ชั้นก็เป็นห่วงเธอนะยัยบ๋อง”เสียงนายศิลปะพูดก่อนรีบวิ่งไปตามพี่ไฟฟ้า
“นาย เดี๋ยวก่อนนายหมายความว่ายังไง”ชั้นยังไม่รู้คำตอบแต่นายศิลปะกลับวิ่งไปแล้ว>_<@>_<
“นี่ใช่สมุดพวกพี่ๆเค้าไม่ใช่หรอ”ยัยบี๋พูดขึ้นหลังจากเห็นสมุดหลายเล่มวางอยู่บนโต๊ะ
“น่าจะใช่นะ เดี๋ยวชั้นเก็บไว้ให้พี่เค้าเอง”ชั้นพูดกับยัยบี๋
        ตลอดระยะเวลาที่เรียนชั้นไม่มีสมาธิเรียนเลยไม่รู้เพราะอะไร แต่ช่างเหอะจะเพราะอะไรก็ช่างตอนนี้ควรจะได้เวลานอนแล้วเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว แต่เอ สมุดหนังสือนายศิลปะน่าสนใจเหมือนกันแฮะ ก่อนจะนอนน่าจะดูหน่อยว่าลายมือนายนั่นจะไก่เขี่ยแค่ไหน 
      ชั้นหยิบสมุดนายศิลปะจากชั้นประมาณสามสี่เล่ม มาวางบนที่นอน
ตุบ!!!
     จู่ก็มีบางสิ่งหล่นมาจากสมุด มันเป็นสมุดบันทึกสนุกแน่นายศิลปะความลับของนายจะอยู่ในกำมือชั้น 
[ตอนแรกที่ได้เจอน้องนาเป็นครั้งแรกรู้มั้ยว่าชอบ ชอบคนรักความยุติธรรมแต่ทำไงได้ละน้องนาอยากเปิดศึกก่อนน่าอิจฉาไฟฟ้าที่เค้าถูกกับน้องนา น้องนาคงไม่ชอบเราหรอก]นายศิลปะพูดถึงเรื่องเรานี่>_<@T_T
[มีความสุขมากเลยนะที่ได้กอดน้องนาที่บ้านน้องนา เรานะเราเค้าไม่ชอบแล้วยังจะทำให้เค้าเกลียดอีก]
[อยากอยู่ใกล้ๆน้องนา ตอนกีฬาสีเลยต้องให้น้องนาคอยยกน้ำให้เรากิน  ทะเลาะกันทุกทีจะทำยังไงให้น้องนาชอบเราน๊า]ที่แท้นายไฟฟ้านี่เองที่มอบหน้าที่ยัยแจ๋วให้กับชั้น ว่าแต่ชอบเราจริงๆหรอ
[เป็นห่วงน้องนามากที่โดนบอลอัดหัวสลบไป เราเฝ้าเช็ดตัวตลอดแต่ยังไม่ฟื้น พอดีไฟฟ้ามาเลยต้องไป อยาก อยู่ใกล้ๆตลอด อ้อ!ขอโทษนะที่เผลอหอมแก้มไปหนึ่งทีแก้มนุ่มๆ ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่ารักน้องนาและไม่เคยเป็นอย่างงี้กับใคร]มันเป็น อย่างงี้นี่เองไอ่คนบ้า นอนดีกว่าเรา
    ตอนเช้าอากาศดีชั้นรีบไปโรงเรียนแต่เช้าและไม่ค่อยมีคนมา แต่ที่ม้านั่งประจำของชั้นกลับมีคนมานั่งและไม่ต้องทายว่าใครนายศิลปะนั่นเอง
“นาเห็นสมุดชั้นบ้างมั้ย”ท่าทางนายศิลปะร้อนรนกระวนกระวายน่าดู
“เห็น  ทำไมละ อยู่นี่ไง”ฉันหยิบสมุดออกมาจากกระเป๋าออกมา วินาทีนั้นสมุดบันทึกก็หล่นลงมา
“เธอได้อ่านอะไรมั้ย”นายศิลปะถามหลังจากหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา
“ก็อ่าน  ชอบนาจริงๆหรอ”ชั้นเป็นคนที่ตรงอยากรู้อะไรต้องได้รู้
“เมื่อเรื่องมาถึงนี้แล้วทำไงได้ละ”นายนั่นจะมาคุกเข่าต่อหน้าชั้นทำไม
“เป็นแฟนกับพี่นะน้องนา”เอ้ยจะมาขอเป็นแฟนง่ายๆอย่างงี้นี่นะ
…………”ไม่มีคำตอบจากปากชั้นมีแต่หน้าที่พยักหนึ่งที
“เย้ๆ ไม่คิดนะว่าจะยอมง่ายอย่างงี้ พี่สัญญานะครับว่าจะรักน้องนาตลอดไป”นายศิลปะไม่พูดเปล่าแต่กลับยื่นนิ้วก้อยมา
“ถ้าสัญญาแล้วไม่ทำตามเจอดีแน่”ชั้นยื่นนิ้วก้อยของชั้นไปเดี่ยวกับนิ้วก้อยคุณพี่ศิลปะ
ฝึบ!!!
นายนั่นเอาปากมาหอมแก้มชั้น
“ไอ่คนบ้า”ชั้นเอามือทุบไปที่หลังนายศิลปะ
“ถึงจะบ้า แต่ก็บ้าเราน้องนานะ”นายศิลปะพูดพร้อมกับรอยยิ้มและสายตา
     ใครจะไปรู้คนที่กัดกันตลอดจะมาเป็นแฟนกันได้ ไม่ว่าเรื่องราวระหว่างเราจะเป็นยังไงต่อ แต่ก็ดีตอนนี้มีความสุขแล้ว

                                                                                                                                 แม่หญิงเอียงอาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น